หมอนรองกระดูกเสื่อม

ปัญหาปวดหลังเรื้อรังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน หลายคนเริ่มมีอาการปวดหลัง ร้าวลงขา หรือรู้สึกชาตามแนวเส้นประสาท ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติบริเวณกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกเสื่อมถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกอักเสบ เมื่อหมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นหรือเสื่อมสภาพตามอายุและการใช้งาน จะส่งผลให้เกิดหมอนรองกระดูกเสื่อม อาการกดทับเส้นประสาท และนำไปสู่อาการเจ็บปวดที่อาจรุนแรงขึ้นได้



โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม คือภาวะที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวอย่างมาก

อาการหมอนรองกระดูกอักเสบ

โรคหมอนรองกระดูกเสื่อมเกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระหว่างข้อสันหลังเสื่อมสภาพจากอายุ การใช้งาน หรือพฤติกรรมเสี่ยง ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นและรับแรงกระแทกได้น้อยลง ส่งผลให้ช่องว่างกระดูกสันหลังแคบลงและเกิดการกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยจึงมักมีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา หรือชาตามแนวเส้นประสาท รวมถึงมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เช่น ก้ม เงย หรือหมุนตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย

ปัจจุบันโรคนี้พบได้มากทั้งในผู้สูงอายุและวัยทำงานจากการนั่งนาน ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง ขาดการออกกำลังกาย หรือมีท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หากละเลย อาการอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ผู้ที่มีอาการปวดหลังบ่อย ปวดร้าวลงขา หรือมีอาการชาเป็นช่วง ๆ ควรรีบตรวจประเมินเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยชะลอการเสื่อม ลดอาการปวด และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น


อาการหมอนรองกระดูกเสื่อมแต่ละระยะเป็นอย่างไร?

หมอนรองกระดูกเสื่อมสามารถแบ่งความรุนแรงได้ 4 ระยะ แต่ละระยะจะมีอาการที่แตกต่างกันไปตามปริมาณการเสื่อมและการกดทับเส้นประสาทที่เกิดขึ้น ดังนี้

ระยะที่ 1 – หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม (เริ่มสูญเสียน้ำในหมอนรองกระดูก)

ในระยะแรกผู้ป่วยมักแทบไม่รู้ตัว เพราะยังไม่มีอาการปวดชัดเจน บางรายอาจเริ่มรู้สึกเมื่อยหลังง่ายขึ้นจากการนั่งนาน ก้ม หรือออกแรงผิดท่า เป็นสัญญาณเริ่มต้นของ อาการหมอนรองกระดูกเสื่อม แต่ยังพบได้ยากหากไม่ตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี

ระยะที่ 2 – หมอนรองกระดูกบางลง โครงสร้างเริ่มเปลี่ยน

เริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรังปะปนเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเวลายกของหนักหรือขยับท่าก้มและบิดตัว หมอนรองกระดูกในระยะนี้มีโอกาสเกิดการโป่งยื่นจนส่งผลให้เกิด หมอนรองกระดูก อาการ แบบปวดร้าวลงขาหรือสะโพกในบางช่วง

ระยะที่ 3 – หมอนรองกระดูกโป่งหรือยื่นออกมากดเส้นประสาท

เป็นระยะที่อาการเริ่มชัดเจน ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือเสียวแปลบตามแนวเส้นประสาท ซึ่งสอดคล้องกับอาการ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการ ที่พบบ่อย หากไม่ได้รักษา อาจพัฒนาไปสู่ภาวะอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา

ระยะที่ 4 – หมอนรองกระดูกแตกหรือเสื่อมรุนแรงมาก

เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อมจนถึงระยะสุดท้าย มักพบอาการปวดรุนแรง เคลื่อนไหวลำบาก บางรายอาจไม่สามารถยืน เดิน หรือก้มได้เหมือนเดิม อีกทั้งระยะนี้ยังมีความเสี่ยงทำให้เกิดภาวะ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาหายไหม ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางทันที เพราะอาจต้องใช้วิธีรักษาที่เข้มข้นขึ้น เช่น การฉีดยาเข้าช่องกระดูกสันหลังหรือการผ่าตัด


หมอนรองกระดูกเสื่อมเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการ

หมอนรองกระดูกเสื่อมสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางร่างกาย อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้งานหลังต่อเนื่องเป็นเวลานาน การเสื่อมเหล่านี้ส่งผลให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่น จนเกิดแรงกดทับเส้นประสาทและอาการปวดตามมาการรู้สาเหตุจะช่วยลดความเสี่ยง และป้องกันได้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น : เมื่ออายุมากขึ้นหมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น ทำให้รองรับแรงกดได้น้อยลงและเกิดการเสื่อมเร็วขึ้น
  • พฤติกรรมการนั่งนานหรือยืนนานเกินไป : การนั่งผิดท่าหรือยืนนานต่อเนื่องสร้างแรงกดบนหมอนกระดูกสันหลัง ทำให้หมอนรองกระดูกสึกหรอเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • ยกของหนักหรือออกแรงผิดท่าเป็นประจำ : การยกของหนักซ้ำ ๆ โดยไม่ใช้น้ำหนักที่ถูกต้องเพิ่มแรงกดเฉือนบนหมอนรองกระดูก ส่งผลให้เกิดการเสื่อมหรือโป่งยื่นได้ง่าย
  • น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน : น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักสูงขึ้น เกิดแรงกดบนหมอนรองกระดูกและเพิ่มโอกาสการเสื่อมเร็วขึ้นมาก
  • ขาดการออกกำลังกายหรือกล้ามเนื้อแกนกลางหลังอ่อนแรง : กล้ามเนื้อแกนกลางที่อ่อนแรงไม่สามารถพยุงกระดูกสันหลังได้ดี ส่งผลให้หมอนรองกระดูกรับแรงมากขึ้นจนเกิดการเสื่อมตามมา

หมอนรองกระดูกเสื่อมสามารถรักษาด้วยวิธีการใดบ้าง?

การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ ผู้ป่วยบางรายอาจดีขึ้นได้ด้วยการดูแลตนเองและการทำกายภาพบำบัด ขณะที่บางรายอาจต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางมากขึ้น การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดและฟื้นฟูอาการให้ดีขึ้นได้

การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมแบบประคับประคอง

การรักษาแบบประคับประคองมุ่งลดอาการปวดและชะลอการเสื่อม เช่น ใช้ยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ทำกายภาพบำบัด ยืดกล้ามเนื้อ ปรับท่าทางการใช้งาน รวมถึงประคบร้อน–เย็นตามอาการ นอกจากนี้ยังรวมถึงการปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งนานและลดกิจกรรมที่เพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลัง

การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมด้วยการผ่าตัด

การผ่าตัดมักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจนส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การผ่าตัดช่วยลดการกดทับเส้นประสาทและฟื้นฟูโครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น การส่องกล้องผ่าตัด หรือการใส่หมอนรองกระดูกเทียม ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและลดความเจ็บปวดอย่างมีประสิทธิภาพ


หมอนรองกระดูกเสื่อม ภาวะที่ควรใส่ใจเพื่อป้องกันอาการลุกลามรุนแรงมากขึ้น

หมอนรองกระดูกเสื่อมเป็นภาวะที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกอาจพัฒนาไปจนเกิดการกดทับเส้นประสาท ทำให้ปวดหลังเรื้อรังหรือเคลื่อนไหวลำบากได้ การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการและฟื้นฟูการใช้งานได้ดีขึ้น การสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับคำปรึกษาแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต


By content