
รถทุกคันที่ใช้งานบนถนนควรมีประกันภัยคุ้มครองอยู่เสมอ แต่ในชีวิตจริงมีเจ้าของรถจำนวนไม่น้อยที่จำไม่ได้ว่าตัวเองทำประกันไว้กับบริษัทไหน หรือกรมธรรม์ที่ถืออยู่ยังคุ้มครองอยู่หรือไม่ บางคนซื้อผ่านตัวแทน บางคนซื้อผ่านศูนย์รถยนต์ตอนรับรถใหม่ แล้วไม่เคยเปิดดูรายละเอียดอีกเลยจนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ การตรวจสอบประกันรถยนต์ด้วยตัวเองเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้รู้ทันทีว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ยังใช้งานได้จริงหรือใกล้หมดอายุแล้ว
มีหลายวิธีที่เจ้าของรถสามารถเช็กข้อมูลกรมธรรม์ของตัวเองได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิดเหตุก่อนจะรู้ว่าประกันยังคุ้มครองอยู่หรือไม่ ต่อไปนี้คือวิธีเช็กที่ทำได้เองง่าย ๆ พร้อมจุดที่ควรดูให้ครบก่อนจะมั่นใจได้ว่าได้รับความคุ้มครองจริงตามที่คาดไว้
4 วิธีตรวจสอบประกันรถยนต์ด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ ไม่ต้องมีเล่มกรมธรรม์

สำหรับเจ้าของรถที่ไม่มีเล่มกรมธรรม์อยู่ในมือ หรือจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน ยังมีวิธีเช็กข้อมูลประกันได้หลายทาง ดังนี้
- ตรวจกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลยืนยันฉบับล่าสุด หากพบเพียงฉบับเก่า ใช้ข้อมูลติดต่อบริษัทเพื่อยืนยันสถานะปัจจุบันอีกครั้ง
- โทรสอบถามกับบริษัทประกันหรือตัวแทนที่ซื้อประกันไว้โดยตรง แจ้งชื่อ-นามสกุล และทะเบียนรถ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ให้
- เช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน ซึ่งส่วนใหญ่มีระบบให้ลูกค้าล็อกอินดูสถานะกรมธรรม์ วันหมดอายุ และความคุ้มครองได้ด้วยตัวเอง
- สอบถามกับศูนย์บริการรถยนต์ กรณีเพิ่งรับรถใหม่ป้ายแดงและไม่แน่ใจว่าประกันที่ซื้อพร้อมรถยังมีผลคุ้มครองอยู่หรือไม่
เช็คกรมธรรม์กับสำนักงาน คปภ. ได้อย่างไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย มีหน้าที่ดูแลให้บริษัทประกันดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและรับเรื่องร้องเรียนเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามอำนาจหน้าที่
หากต้องการสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ สามารถใช้บริการ “กรมธรรม์ของฉัน” (My Policy) ของสำนักงาน คปภ. ผ่านช่องทางทางการ และยืนยันตัวตนตามขั้นตอน หากไม่พบข้อมูลให้สอบถามบริษัทประกันหรือสายด่วน คปภ. 1186 หรือติดต่อสำนักงาน คปภ. ประจำจังหวัด/เขตพื้นที่ใกล้บ้าน
กรณีที่ควรติดต่อ คปภ. แทนบริษัทประกันโดยตรง คือเมื่อติดต่อบริษัทประกันไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าตัวแทนที่ซื้อประกันด้วยได้รับใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หรือสงสัยว่ากรมธรรม์ที่ถืออยู่อาจไม่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ตรวจสอบประกันรถยนต์แล้วต้องดูอะไรบ้าง
เมื่อเช็กพบข้อมูลกรมธรรม์แล้ว มีรายละเอียดสำคัญที่ควรอ่านให้ครบก่อนจะมั่นใจได้ว่าได้รับความคุ้มครองจริงตามที่คาดไว้
- วันที่คุ้มครองเริ่มต้นและวันสิ้นสุดกรมธรรม์ เพื่อให้รู้ว่าเหลือเวลาคุ้มครองอีกเท่าไหร่ และควรต่ออายุล่วงหน้าตอนไหน
- ชั้นประกันที่ทำไว้ เพราะแต่ละชั้นมีความคุ้มครองแตกต่างกันชัดเจน ตามรายละเอียดในตารางด้านล่าง
| ชั้น | ความคุ้มครองหลักโดยสรุป |
| ชั้น 1 | ซ่อมคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด ซ่อมรถเราแม้ไม่มีคู่กรณี รวมถึงคุ้มครองกรณีสูญหาย หรือไฟไหม้ |
| ชั้น 2+ | ซ่อมคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด และซ่อมรถเรา กรณีรถชนรถเท่านั้น* รวมถึงคุ้มครองกรณีสูญหาย หรือไฟไหม้ |
| ชั้น 2 | ซ่อมเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด รวมถึงคุ้มครองกรณีสูญหาย หรือไฟไหม้ |
| ชั้น 3+ | ซ่อมคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด และซ่อมรถเรา กรณีรถชนรถเท่านั้น* |
| ชั้น 3 | ซ่อมเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด |
* การคุ้มครองรถชนรถเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักฐานคู่กรณีที่กรมธรรม์กำหนด
จากตารางจะเห็นว่าความคุ้มครองของแต่ละชั้นแตกต่างกันทั้งกรณีมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี การรู้ว่าตัวเองถือกรมธรรม์ชั้นไหนจึงช่วยให้ประเมินได้ล่วงหน้าว่าจะได้รับความคุ้มครองแค่ไหนหากเกิดเหตุ
- ทุนประกันและเงื่อนไขความคุ้มครอง เพื่อรู้วงเงินสูงสุดที่จะได้รับชดใช้หากเกิดความเสียหาย
- ตรวจชื่อผู้เอาประกันภัย ทะเบียน เลขตัวถัง ผู้รับประโยชน์ และลักษณะการใช้รถให้ตรงกับข้อมูลที่บริษัทรับประกัน หากชื่อผู้เอาประกันต่างจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ ให้สอบถามบริษัทเพื่อยืนยันความถูกต้อง
ข้อควรระวัง ประกันไม่ตรงปกหรือใกล้หมดอายุโดยไม่รู้ตัว

บางครั้งแม้จะคิดว่าทำประกันไว้แล้ว แต่รายละเอียดจริงอาจไม่ตรงกับที่เข้าใจ สัญญาณที่พอสังเกตได้คือกรมธรรม์ระบุชั้นประกันต่างจากที่คุยกับตัวแทนไว้ ความคุ้มครองบางรายการที่คิดว่ามีกลับไม่ปรากฏในเอกสาร หรือชื่อผู้เอาประกันภัยไม่ตรงกับเจ้าของรถตัวจริง
ประกันภาคสมัครใจหมดอายุ จะไม่สามารถเรียกร้องตามกรมธรรม์ฉบับนั้นสำหรับเหตุหลังหมดความคุ้มครองได้ แต่สิทธิจาก พ.ร.บ. ที่ยังมีผลและความรับผิดของคู่กรณีต้องพิจารณาแยกตามข้อเท็จจริง
ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ถืออยู่ตรงกับความคุ้มครองที่ต้องการจริง
วิธีเช็คประกันรถยนต์หมดวันไหน
ตรวจทั้งวันที่และเวลาเริ่ม–สิ้นสุดตามหน้าตารางกรมธรรม์ ไม่ควรถือว่าหมดเวลา 24.00 น. เสมอ และให้วันเริ่มฉบับใหม่ต่อเนื่องกับฉบับเดิม
หากไม่มีเล่มกรมธรรม์อยู่ในมือ สามารถสอบถามวันหมดอายุได้จากบริษัทประกันหรือตัวแทนโดยตรง หรือเช็กผ่านเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัทประกันที่เปิดให้ลูกค้าเข้าดูสถานะกรมธรรม์ได้เอง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนครบกำหนดอีกด้วย
สรุป ตรวจสอบประกันรถยนต์สม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาวันเกิดเหตุ
การตรวจดูข้อมูลประกันรถยนต์ของตัวเองเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ตอนที่นึกขึ้นได้หรือใกล้จะใช้รถออกเดินทางไกล เพราะความคุ้มครองที่คิดว่ามีอยู่ อาจใกล้หมดอายุหรือไม่ตรงกับที่เข้าใจไว้ก็ได้โดยที่ไม่รู้ตัว
วิธีเช็กที่ทำได้เองก็มีหลายทาง ไม่ว่าจะเปิดดูเล่มกรมธรรม์เดิม โทรสอบถามบริษัทประกันหรือตัวแทน เช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน หรือติดต่อสำนักงาน คปภ. หากติดต่อบริษัทประกันไม่ได้ สิ่งสำคัญคือต้องอ่านรายละเอียดชั้นประกัน วันหมดอายุ และเงื่อนไขความคุ้มครองให้ครบทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ต้องเจอปัญหาตอนเกิดเหตุจริง